จะว่าไงดีน้า...........

ตลอดมาเรารู้สึกว่ามีคนรอเราอยู่ และ ส่วนหนึ่งคิดว่าหากเราสะสมบารมีเป็นคู่บารมีของใครที่ติดตามกันมาหลายต่อหลายชาติ มันคงน่าเสียดายที่จะละทิ้งเสียกลางคันเพราะความเหงาเพียงเสี้ยวเล็กๆในชาติหนึ่ง  เลยไม่คิดจะสวดเลย

แต่วันนี้ไปร้านหนังสือก็ได้อ่านเรื่องของพระนางพิมพาคู่บารมีของพระศากยมุนีโคดม น่ะค่ะ อ่านแล้วพระนางต้องวนเวียนในวัฎฎะเรื่อยไปจนกว่า พระพุทธองค์จะได้สำเร็จมรรคผล นับร้อยนับพันชาติ เกิดเป็นคู่กันเพื่อบำเพ็ญบารมีร่วมกัน

ต่อมาตอนบ่ายได้อ่านหนังสือชีวประวัติพระอาจารย์มั่น ท่านได้เล่าว่าท่านเคยเกิดเป็นหมาถึง 500 ชาติ ทั้งที่ท่านอยู่ในข่ายโพธิญาณหรือว่าผู้ที่ตั้งใจจะเป็นพระพุทธเจ้าพระองค์หนึ่งในอนาคตอันไกล แต่เนื่องจากวนเวียนในวัฎฎะก็ขึ้นสูงลงต่ำเรื่อยไป พอเกิดเป็นหมาแล้วก็รู้สึกพอใจในชาติภูมินั้นก็ติดใจกลับมาเกิดเป็นหมาเรื่อยไป กว่าจะหลุดพ้นมาได้ก็นานเอาการ

และเมื่อท่านน้อมจิตดูแล้วก็พบว่ามีผู้ปรารถนาจะเป็นพระพุทธเจ้าอีกมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งผู้ที่ได้รับการทำนายแล้ว และยังไม่ได้รับการทำนายอีกมากมาย หากท่านไม่ล่ะทิ้งซึ่งพระโพธิญาณ ก็จะไม่สามารถบรรลุธรรมได้ในชาตินี้ ต้องวนเวียนต่อไปอีก ท่านจึงอธิษฐานจิตละทิ้งซึ่งพระโพธิญาณ และบรรลุธรรมในชาตินี้นั่นเอง

(ร่ายมาซะยาว เบื่อหรือยังคะ) ซึ่งหากเรามีบุญพอเป็นหนึ่งในคู่บารมีของผู้ใดผู้หนึ่ง หรือ เป็นเนื้อคู่ของผู้ใดก็ตาม หากรักมั่นแล้ว ก็คงจะติดตามกันไปในวัฎฎะแห่งนี้ อีกนับชาติไม่ถ้วน พบสุขทุกข์ พบการเกิดแก่เจ็บตาย น้ำตาหลั่งรินอีกนับครั้งไม่ถ้วน และในภัทรกัลป์นี้ก็มีพระพุทธเจ้า 5 พระองค์ และ พระพุทธเจ้าในปัจจุบันนี้คือพระศากยมุนีโคดมของเราก็เป็นองค์ที่ 4 แล้ว หากต้องรอในกัลป์กัลต่อไป ซึ่งก็ไม่ได้มีพระพุทธเจ้าในทุกกัลป์(สูญกัลป์)คงยาวนานจนแทบจะเหมือนนิรันดร์ในความรู้สึกเรา 

หากต้องวนเวียนเหมือนวัวเดินรอบหลักที่พันไว้ ปิดตาเดินวนเวียนอยู่รอบแล้วรอบเล่า ต้องเสียน้ำตาอีกเท่าผืนทะเลจะเพียงพอหรือไม่? สำหรับเราแล้วคงไม่ต้องการแล้วล่ะ เกิดมาชาตินี้ได้มีโอกาสพบพระพุทธศาสนาแล้ว จะอธิษฐานให้ไปสำเร็จในชาติไหนกันเมื่อประตูทางออกอยู่ตรงหน้า จะไปขอเดินออกประตูถัดไปที่ไม่รู้จะมาถึงเมื่อไหร่ไปทำไมกัน

หากชาตินี้ไม่สามารถบรรลุตัดสิ้นเชื้อเกิดได้ ก็เดินไปให้ใกล้ประตูที่สุดก็แล้วกัน

we are in diaryis.com family | developed by 7republic